saiyairak-header_01-(1).gif  saiyairak-header_02-(1).jpg
พระราชประวัติเสด็จทรงงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวศูนย์ประสานงานข่าวสารดาวน์โหลด
 
 


"เลี้ยงเด็กนี่ต้องใกล้ชิดนะคะ อย่างตัวเราแม้ภารกิจจะเยอะ แต่จะไปส่งลูกที่โรงเรียนทุกวัน ถ้าวันไหนไปส่งและรับไม่ได้ ก็จะบอกให้ลูกทราบก่อน ภารกิจสำหรับลูกที่สำคัญอีกอย่างคือการพาองค์ทีเข้ากล่อมนอน พร้อมกับการเล่านิทานให้ฟังทุกวัน เวลาองค์ทีง่วงก็จะรับสั่งว่า "แม่กล่อม แม่กล่อม" ถ้าวันไหนติดภารกิจก็จะบอกให้องค์ทีทราบไว้ก่อน ท่านก็จะให้พยาบาลพาเข้าบรรทมโดยดี

"ตอนนี้เริ่มฝึกให้องค์ทีสวดมนต์และกราบแม่ก่อนนอน แต่ไม่ได้บังคับ ทำได้ก็ทำ ไม่ได้ไม่เป็นไร ค่อยๆ สอนไป เพราะเรากราบสมเด็จพระบรมฯ ก่อนนอนทุกวัน ก็อยากให้ลูกทำบ้าง ให้ลูกรู้จักความกตัญญู ให้นึกถึงพ่อแม่ เป็นความอ่อนโยน เป็นความผูกพันและแสดงความรู้สึกดีต่อกัน
"ช่วงนี้ทุกเช้าเราจะเปิดเพลงชินบัญชร ที่มีคนเอาบทธรรมมาแต่งเป็นเพลงให้ท่านฟัง สลับกับเพลงพวกลัลลาบาย องค์ทีก็ชอบ"
เสด็จพระองค์หญิงมีรับสั่งและให้กำลังใจแม่ว่ามีบทบาทสำคัญต่อทุกคนในครอบครัว

"ต้องหาวิธีทำใจให้สงบ เพราะเดี๋ยวนี้สิ่งเร้าเยอะ สังคมมีเรื่องวุ่นวายมาก มีอะไรให้ต้องคิด ต้องกังวลเต็มไปหมด ถ้าใจไม่นิ่ง ก็จะคิดงานหรือทำอะไรยาก ตอนนี้เราเล่นโยคะทุกวัน เพราะนอกจากด้านร่างกายแล้ว โยคะยังเป็นการฝึกสมาธิ ได้อยู่กับตัวเองด้วย"
พ่อแม่สมัยใหม่ต้องปฏิบัติธรรม หมายถึง ฝึกให้ใจนิ่ง ไม่ได้หมายถึงรูปแบบหรือพิธีกรรม อย่างบางคนหายไปเป็นอาทิตย์เพื่อไปปฏิบัติธรรม แต่พอกลับมาแล้วก็เหมือนเดิม เพราะไม่ได้ฝึกให้จิตนิ่ง สงบ เราว่ารูปแบบยังไม่เท่ากับการฝึกวินัยให้จิต ต้องฝึกให้จิตมีสมาธิ เพื่ออยู่กับความเป็นจริงให้ได้ ต้องเท่ากัน ทั้งทุกข์และสุข ต้องคิดเสมอว่าเราต้องดูแลตัวเองเพื่อจะไปดูแลคนอื่น ยิ่งถ้าห่วงลูกมากเท่าไหร่ ก็ต้องดูแลตัวเองมากกว่านั้น ถ้าเราทุกข์ ทำลายตัวเอง ก็เท่ากับว่าทำลายลูก ทำลายครอบครัว คนที่กำลังมีปัญหาครอบครัวต้องพยายามคิดถึงลูก คิดถึงตัวเองให้มากๆ
ถ้าเราดูแลตัวเองให้มีความสุข ความสุขนี้ก็จะเผื่อแผ่ไปยังลูกไปยังสามี ไปยังครอบครัวของเรา และผู้คนที่อยู่รายล้อมเรา"                             
 
                                                                                                    




เล่านิทาน อ่านและเล่นกับลูก

เสด็จพระองค์หญิงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเด็ก โดยเฉพาะวัย ๐-๖ ปี ซึ่งอยู่ในช่วงปฐมวัยที่สมองมีพัฒนาการสูงสุด จึงเป็นวัยที่สำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพในทุกๆ ด้าน และโดยเฉพาะการเล่านิทานอ่านและเล่นกับลูกในวัยนี้จะทำให้เด็กมีการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา เติบโตเป็นผู้ที่มีความมั่นใจในตนเอง  มีความคิดสร้างสรรค์และความเฉลียวฉลาด
ด้วยทรงตระหนักในคุณค่าของเรื่องนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โรงเรียนอนุบาลนานาชาติแมจิคเยียร์และบริษัทในเครือรักลูกกรุ๊ป จำกัด จึงได้ร่วมจัด "โครงการเล่านิทาน อ่าน และเล่นกับลูก" โดยในปี ๒๕๕๑ ได้ทดลองดำเนินการที่ศูนย์พัฒนาเด็กทีปังกรรัศมีโชติ พื้นที่โครงการในพระองค์ ๙๐๔ เพื่อให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้ปฏิบัติงานที่ศูนย์พัฒนาเด็กฯ และในปี ๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๙ เมษายน - ๑ พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้ร่วมจัดมหกรรม "เล่านิทาน อ่านและเล่นกับลูก" ขึ้นเพื่อถวายพระเกียรติ เนื่องในโอกาสคล้ายวันประสูติของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงเจริญพระชันษาครบ ๔ ปี

ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการสายใยรักแห่งครอบครัว พร้อมทั้งพระสุรเสียงที่ทรงเล่านิทานและพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ และยังมีกิจกรรมการเล่านิทานสนุกๆ จากนักเล่านิทานทั่วประเทศรวมทั้งกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและกิจกรรมสำหรับครอบครัว


ที่มา: นิตยสารรักลูก ปีที่ ๒๗ ฉบับที่ ๓๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒



1  2  3  4
 
 







โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว