saiyairak-header_01-(1).gif  saiyairak-header_02-(1).jpg
พระราชประวัติเสด็จทรงงานโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวศูนย์ประสานงานข่าวสารดาวน์โหลด
 
 


     เพราะเราไม่ได้อยู่กับลูกไปตลอด วันหนึ่งลูกก็ต้องเติบโต เราคิดว่าหน้าที่ของเราคือสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้ลูก อยากให้ลูกเป็นเด็กที่มีความสุข ก็ต้องเริ่มต้นที่บ้าน และถ้ามีโอกาสก็อยากช่วยสร้างสังคมส่วนรวมให้ดีขึ้นด้วย ก็ต้องลงมือทำเท่าที่จะทำได้เราก็คงเหมือนพ่อแม่คนอื่นๆ ที่อยากให้สังคมปลอดภัยสำหรับลูก เพราะเป็นความยั่งยืน มีค่ามากกว่าเงินทองเสียอีก”
     ระหว่างที่ประทานสัมภาษณ์ พระองค์ทีทรงวิ่งเข้ามากอดพระมารดา พร้อมรับสั่งว่า
      “อยากอยู่ในท้องแม่ แต่กลัวไม่มีทางออก”!!!
      “แล้วอยู่ในท้องแม่ หนูเห็นอะไรบ้าง” พระองค์หญิงทรงกระเซ้าพระโอรส
      “เห็นลำไส้ไง” (ช็อตนี้เล่นเอาเสียงปรบมือดังลั่นห้อง)
      “แล้วเวลาองค์ทีดิ้น ดิ้นยังไง” (พระองค์ทีทรงทำท่าประกอบ)
      “แล้วเรียกแม่ว่าไง” ทรงทำเสียงเล็กเสียงน้อยล้อเล่นกับพระมารดา “เรียกว่าแม่จ๋า แม่จ๋า”
      “แล้วพอหมอควักองค์ทีออกมา ร้องยังไง”
      “อะแง้ อะแง้”
      “เรื่องเล่านิทาน อ่านหนังสือ เราทำกันทุกวัน ก่อนนอนก็ให้องค์ทีเลือกเองว่าจะหยิบเล่มไหนมา 2 เล่มให้แม่อ่านให้ฟัง องค์ทีจะจำตัวละครได้ เราก็จะชอบเล่าแต่งเติมให้เรื่องเข้ามาใกล้ตัวลูก แล้วก็ทำสุ้มเสียงให้ตื่นเต้น น่าสนใจ องค์ทีก็จะชอบมาก
     เราชอบผสมผสานเรื่องราวในชีวิตประจำวันเข้าไปด้วยเวลาเล่านิทานให้ลูก เช่น วันนี้เราทำอะไรกันบ้าง ก็เอามาแต่งเป็นนิทานซึ่งท่านก็จะโปรดมาก เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว
     ช่วงนี้จะอยู่ในวัยปฏิเสธ ไม่ยอมรับ แต่จะไม่ใช้อารมณ์เกรี้ยวกราด เวลาโกรธจะนิ่งๆ ไม่โวยวาย แต่ให้ทะอะไรถ้าไม่อยากทำลูกก็แน่วแน่ไม่ทำ เราจะไม่บังคับลูก เพราะรู้ว่าวิธีนี้ใช้กับองค์ทีไม่ได้ผลแน่ เราเลี้ยงลูกแบบใช้เหตุผล มีอะไรก็อธิบายให้ลูกเข้าใจ
     เลี้ยงเด็กนี่ต้องใกล้ชิดนะ อย่างตัวเราแม่ภารกิจจะเยอะ แต่จะไปส่งและรับลูกที่โรงเรียนทุกวัน ถ้าวันไหนไปส่งและรับไม่ได้ ก็จะบอกให้ลูกทราบก่อน ภารกิจสำหรับลูกที่สำคัญอีกอย่างคือการพาองค์ทีเข้ากล่อมนอน พร้อมกับการเล่านิทานให้ฟังทุกวัน เวลาองค์ทีง่วงก็จะรับสั่งว่า 
     “แม่กล่อม แม่กล่อม” ถ้าวันไหนติดภารกิจก็จะบอกให้องค์ทีทราบไว้ก่อน ท่านก็จะให้พยาบาลพาเข้าบรรทมโดยดี ตอนนี้เริ่มฝึกให้องค์ทีสวดมนต์และกราบแม่ก่อนนอน แต่ไม่ได้บังคับ ทำได้ก็ทำ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ค่อยๆสอนไป เพราะเรากราบสมเด็จพระบรมฯ ก่อนนอนทุกวัน ก็อยากให้ลูกทำบ้าง ให้ลูกรู้จักความกตัญญู ให้นึกถึงพ่อแม่ เป็นความอ่อนโยน เป็นความผูกพัน และแสดงความรู้สึกดีต่อกัน” 
ช่วงนี้ทุกเช้าเราจะเปิดเพลงชินบัญชร ที่มีคนเอาบทธรรมมาแต่งเป็นเพลง ให้ท่านฟังสับกับเพลงพวกลัลลาบาย องค์ทีก็ชอบ”
     เสด็จพระองค์หญิงรับสั่งว่า ทรงเป็นพระมารดาในแบบที่ไม่คาดหวังกับลูกมากเกินไป ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นความกดดัน และสุดท้ายก็ไม่มีความสุขทั้งแม่และลูก แต่จะทรงเน้นไปที่การสื่อสารความใกล้ชิดกับพระองค์ทีเป็นด้านหลัก
     และก่อนที่พวกเราจะกราบทูลลา ทรงรับสั่งถึงบทบาทของพระองค์ในฐานะแม่ในสังคมยุคใหม่ ว่าต้องปรับพระองค์อย่างไรบ้าง เพื่อให้ทรงมีพลังในการทำงานและการอภิบาลพระโอรสไปพร้อมๆกัน
     “ต้องหาวิธีทำให้ใจสงบ เพราะเดี๋ยวนี้สิ่งเร้าเยอะ สังคมมีเรื่องวุ่นวายมาก มีอะไรให้ต้องคิด ต้องกังวลเต็มไปหมด ถ้าใจไม่นิ่ง ก็จะคิดงานหรือทะอะไรยาก เราเล่นโยคะทุกวัน นอกจากด้านร่างกายแล้ว โยคะจะฝึกสมาธิ ได้อยู่กับตัวเองด้วย
     พ่อแม่สมัยใหม่ต้องปฏิบัติธรรม หมายถึงฝึกให้ใจนิ่ง ไม่ได้หมายความถึงรูปแบบหรือพิธีกรรม อย่างบางคนหายไปเป็นอาทิตย์เพื่อไปปฏิบัติธรรม แต่พอกลับมาแล้วก็เหมือนเดิม เจอสิ่งแวดล้อมเดิมก็กลับไปอยู่ในวังวนชีวิตแบบเดิม เพราะไม่ได้ฝึกให้จิตนิ่ง สงบ เราว่ารูปแบบยังไม่เท่ากับการฝึกวินัยให้จิต ต้องฝึกให้ใจมีสมาธิ เพื่ออยู่กับความเป็นจริงให้ได้ ต้องเท่าทัน ทั้งทุกข์และสุข ต้องคิดเสมอว่าเราต้องดูแลตัวเองเพื่อจะไปดูแลคนอื่น ยิ่งถ้าห่วงลูกมากเท่าไหร่ ก็ต้องดูแลตัวเองมากเท่านั้น ถ้าเราทุกข์ ทำลายตัวเอง ก็เท่ากับว่าทำลายลูก ทำลายครอบครัว คนที่กำลังมีปัญหาครอบครัว ต้องพยายามคิดถึงลูก คิดถึงตัวเองมากๆ
     ถ้าเราดูแลตัวเองให้มีความสุข ความสุขนี้ก็จะเผื่อแผ่ไปยังลูก ไปยังสามี ไปยังครอบครัวของเรา และผู้คนที่รายล้อมเรา”
 และนี่คือหลักคิดที่สำคัญซึ่งพระองค์หญิงทรงพระกรุณาประทานเป็นกำลังใจให้แม่ยุคใหม่ทุกคน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้


    
 

การทรงงานของเสด็จพระองค์หญิงล้วนแล้วแต่มีพระองค์ทีเป็นแรงบันดาลใจ เพราะจากจุดเริ่มต้นของโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ที่เน้นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กตั้งแต่แรกเกิดและรณรงค์ให้แม่หันมาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น ปัจจุบันเสด็จพระองค์หญิงมีพระดำริขยายองค์ความรู้ต่างๆไปสู่เด็กปฐมวัย ภายใต้ชื่อโครงการ เล่านิทาน อ่าน และเล่นกับลูก ซึ่งทรงได้รับแรงบันดาลใจมาจากความใกล้ชิด และการใช้นิทานเป็นส่วนหนึ่งในการอภิบาลพระโอรส เพื่อเป็นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กไทย และยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความรักความอบอุ่นให้กับครอบครัวอีกด้วย โดยมีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับองค์กรภาคีและหน่วยงานราชการอื่นๆ เป็นผู้น้อมรับพระดำริเพื่อดำเนินการต่อไป


ที่มา: นิตยสาร Modern Mom Vol.14 No.163 May 2009

     


1
  2  3  4







โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว