The Miracle Of Love
องค์ทีทรงมีความจำดีมาก เราบอกว่าเวลาผ่านตระหนักของพระองค์ไหน ต้องทำความเคารพนะลูก ตอนเช้าเวลาทรงจักรยาน ผ่านตำหนักพระองค์ภา ตำหนักพระองค์หญิงสิริวัณณวรีฯ ก็ทรงสวัสดี จนถึงที่จอดเครื่องบินของทูลกระหม่อมพ่อ ท่านก็ยกมือไหว้ โดยเฉพาะเวลารถพระที่นั่งผ่านถนนราชดำเนิน ผ่านพระ
ตำหนักจิตรลดาฯ หรือบริเวณที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ องค์ทีจะทรงยกมือไหว้บอกว่า "กราบทูลกระหม่อมปู่ กราบสมเด็จย่า"
เวลาผ่านตำรวจจราจรที่บางครั้งต้องทำงานตากฝน ก็จะคุยกันในรถว่า สงสารตำรวจเขาจังเลยนะ หลังจากนั้นเวลาท่านทอดพระเนตรตำรวจใส่เสื้อกันฝนสีส้มก็จะรับสั่ง "สงสารตำรวจเขามั้ยแม่" ฉะนั้นสิ่งที่พ่อแม่ต้องระวังคือ การพูดและการกระทำของเราสำคัญมาก เพราะจะเป็นแบบอย่างทั้งทางตรงและทางอ้อมให้กับลูก ถ้าเราพูดดีเด็กก็จะจำในสิ่งที่ดี ถ้าไม่ระวังอาจเป็นตรงกันข้ามขณะเดียวกันลูกก็เป็นทั้งกำลังใจและแรงบันดาลใจให้กับเราด้วย เพราะความคิดแรกของงานที่เราทำมาจากลูก
Q: ทรงหมายถึงโครงการสายใยรัก
A: ขอย้อนเล่าว่า ตั้งแต่มีลูกชีวิตปรับเปลี่ยนมากขึ้น ความรัก ความผูกพันของพ่อ-แม่-ลูก ยิ่งใหญ่มาก รู้เลยว่าครอบครัวคือทุกอย่าง ซึ่งสมเด็จพระบรมฯ ก็ทรงเห็นด้วย อีกอย่าง ชีวิตเราเติบโตมาในครอบครัวใหญ่ มีคุณย่า คุณยาย จึงมีประสบการณ์ของความรักความห่วงใยในบ้าน เช่นเดียวกับโครงการสายใยรักที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคน เริ่มจากหนึ่งคน พอแต่งงานก็ขยายออกไปกลายเป็นครอบครัวมีพ่อ แม่ ลูก หลาน ปู่ ย่า ตา ยาย ซึ่งครอบครัวเราใหญ่กว่านั้น เพราะหมายรวมไปถึงข้าราชบริพาร และชุมชนโดยรอบที่เปรียบเหมือนรั้วของบ้านถ้ารั้วแข็งแรง บ้านก็แข็งแรง
ตอนนี้เรามีโอกาสดูรายการหลุมดำ เห็นว่าปัญหาเด็กเร่ร่อนน่าเป็นห่วงมาก อยากช่วยเหลือ เมื่อนำไปปรึกษาสมเด็จพระบรมฯ ก็ทรงมีรับสั่งว่า ปัญหาเด็กเร่ร่อนคือปลายเหตุ ต้นเหตุเกิดจากครอบครัว แล้วทรงเขียนโครงร่างของงานสำคัญๆ ให้ ท่านเป็นทหารจึงทรงลำดับเรื่องเป็นระบบ ส่วนเราเป็นนักคิด คิดอะไรได้ก็ใจร้อนอย่างทำเลย ตอนนั้นพอศูนย์นมแม่เข้ามาขอประทานสัมภาษณ์จึงเกิดความคิดว่าจู่ๆ จะแก้ปัญหาเรื่องเด็กเร่ร่อนเลยคงยาก เพราะเขาเหมือนนกที่ออกไปเป็นอิสระแล้ว จะจับกลับมาให้อยู่เป็นที่เป็นทางคงไม่ง่าย ทุกอย่างต้องเริ่มต้นแก้จากคนในบ้านก่อน
ทีแรกเริ่มด้วยโครงการนมแม่ โดยใช้ชื่อโครงการสายใยรักจากแม่สู่ลูก เมื่อทำงานไปสักพัก สมเด็จพระบรมฯ ทรงมีรับสั่งเย้าว่า"แล้วพ่อหายไปไหนล่ะ มีแต่แม่กับลูก" รับสั่งอีกว่าปัญหาของคนนั้นมีตั้งแต่เกิดจนตาย ซึ่งทรงหมายถึงว่าขอบเขตของงาน แคบเกินไปถ้ารวมเป็นครอบครัวจะแก้ปัญหาได้ถูกจุดและครบวรจร แต่ไม่ทรงมีรับสั่งตรงๆ โปรดรับสั่งเป็นปรัชญาให้ไปคิดต่อเอง ซึ่งบางทีเราใจร้อนอยากรู้เลยจึงกราบทูลท่านขำๆ ว่ารับสั่งตรงๆก็ได้เพคะ (แย้มสรวล)
Q: ถึงวันนี้ความคืบหน้าของโครงการเป็นอย่างไรบ้างเพคะ
A: ขณะนี้โครงการสายใยรักขยายไปถึง 31 จังหวัด ซึ่งตามเป้าหมายตั้งใจเปิดให้ครบ 76 จังหวัด แต่ละจังหวัดจะมีสมาชิกครอบครัวที่เข้มแข็งขึ้น โดยเรามีการติดตามงานตลอดเวลา
ในระหว่างที่เราจับประเด็นครอบครัว ก็พบปัญหาของผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง ซึ่งเป็นที่มาของโครงการศูนย์ศรีทวีรัก ที่ทดลองเปิดในเขตควบคุม ๙๐๔ แบบเช้าไปเย็นกลับ จากนี้ไปผู้สูงอายุก็จะไม่ว้าเหว่ เหงาหงอยอยู่ตามบ้านพักคนชรา เพราะในศูนย์มีกิจกรรมให้ทำ ทั้งสนุกและเหมือนได้ปลดปล่อย ขณะที่อยู่บ้านอาจไม่กล้าทำเพราะกลัวลูกหลานว่า หรือไม่มีเพื่อนร่วมทำ แล้วศูนย์ผู้สูงวัยก็อยู่ใกล้กับศูนย์เด็ก บางครั้งจึงจัดให้ทำกิจกรรมร่วมกับเด็กด้วย ถือเป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกัน ซึ่งเมื่อประสบความสำเร็จต่อมาจึงขยายออกไปเปิดในจังหวัดต่างๆ โดยใช้ชื่อ
"ศูนย์สามวัยสานสายใยรักแห่งครอบครัว" และไม่เก็บค่าใช้จ่าย
อีกโครงการที่เปิดในวันที่ 10 มกราคม นี้ คือศูนย์เรียนรู้ ที่เหมือนศูนย์ข้อมูลส่วนกลาง และแบบจำลองของภาคสนาม โดยเริ่มที่จังหวัดราชบุรีก่อน และจะกระจายต่อไปทั่วประเทศ
ส่วนที่กำลังสนใจอีกเรื่องคือ ปัญหาแม่วัยรุ่น เพราะแม่ที่อายุน้อยเมื่อคลอดลูก ก็อาจทอดทิ้งหรือเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา ส่วนลูกเมื่อโตขึ้นขาดแม่ดูแล ถ้าไม่ติดยาเสพติด เร่ร่อนก็อาจกลายเป็นแม่อายุน้อยตามรอย เป็นวงจรให้แก้กันไม่จบ ฉะนั้นถ้าไม่ตั้งต้นแก้ที่สาเหตุ ปัญหาอาจบานปลายไปเรื่อยๆ และพอสาวปัญหาขึ้นไปจะพบเรื่องอื่นที่ดูว่าไม่น่าเกี่ยว แต่ก็เกี่ยวข้องกันอีกหลายอย่าง
หรือเวลาออกเยี่ยมประชาชนตามต่างจังหวัด ภาพที่เราเห็นบ่อยคือ ตามหมู่บ้านจะมีคนแก่กับเด็ก ส่วนคนหนุ่มสาวทิ้งบ้านเกิดไปหมด ทีนี้จะทำอย่างไรไม่ให้เขาทิ้งบ้านเข้าเมือง ก็ต้องหาอาชีพเสริมหรือทำอะไรให้เขาพออยู่พอกิน ความจริงการปลูกผัก เลี้ยงปลา ก็ทำให้อยู่ได้ถ้าไม่ฟุ่มเฟือย ถ้ารู้จักพอใจกับสิ่งที่มี เหมือนดังพระราชดำรัสในพรนะบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
คราวน้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดอ่างทอง เราคิดว่าถ้าปล่อยให้คนหิว เขาอาจเกิดความคิดจะทำเรื่องไม่ดี จึงบอกให้เจ้าหน้าที่ทำการเปิดโรงครัวทันที โดยใช้เงินส่วนตัวของเรา ซื้อวัตถุดิบที่ตลาดไทไปทำอาหารแจกชาวบ้าน ให้คนในพื้นที่หมุนเวียนกันมาทำ จากนั้นคิดต่ออีกว่าถ้าของบริจาคหมด หรือถ้าปีหน้าน้ำท่วมอีก จะใช้วิธีซื้อวัตถุดิบจากกลุ่มสมาชิกโครงการสายใยรักทั่วประเทศที่ไม่ได้ประสบภัยมาช่วยคนที่เดือดร้อน เป็นการช่วยกันแบบหมุนเวียนโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง
Q: มีปัญหาที่ทรงหนักพระทัยบ้างไหมเพคะ
A: งานที่เราทำ ปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นให้เห็นตรงจุดใดจุดหนึ่ง แต่จะเป็นว่า เมื่อพบเรื่องหนึ่งจะเจอปัญหาหนึ่ง จากนั้นก็ต่อยอดไปสู่เรื่องอื่นๆ เช่น จะส่งเสริมให้เขาปลูกผักสวนครัว ก็เจอเรื่องน้ำเสีย เพราะคลองไม่ได้ถูกใช้ในการสัญจร จึงไม่มีการหมุนเวียนของอากาศ จากเรือ แล้วยังมีการทิ้งขยะ ทิ้งน้ำเสียจากโรงงาน ทั้งที่คลองมีเสน่ห์ จึงพยายามบอกให้เขาช่วยกันถนอมรักษาไว้
หรือบางครั้งเป็นปัญหาเรื่องคนในชุมชน ไม่ช่วยเหลือกัน หรือไม่สนใจงานที่ทำเท่าที่ควร หลายครั้งพบว่ากลุ่มที่เราส่งไปเรียนรู้กลับทำได้ดีกว่ากลุ่มที่เป็นต้นแบบ เพราะผู้นำชุมชนนั้นๆ ใส่ใจมากกว่า แต่เราเป็นคนไม่กลัวปัญหา และรู้ว่าความจริงข้าราชการทุกคนอยากทำงานเพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอยู่แล้ว เราเป็นแค่เพียงฟันเฟืองเล็กๆ ที่ช่วยสอดประสานให้ทุกหน่วยงาน ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการและยั่งยืน เพราะชีวิตคนเราตั้งแต่เกิดมาต้องเกี่ยวข้องกับทุกกระทรวง อยู่ที่ว่าจะเกี่ยวในช่วงเวลาใดและสถานะใดของชีวิต
Q: เวลาเสด็จเยี่ยมราษฎร ทรงพบเรื่องราวที่ประทับพระทัยบ้างไหมเพคะ
A: เวลาเยี่ยมประชาชน หรือไปดูความคืบหน้าของทุกโครงการจะรู้สึกสดชื่น มองตาเขารู้สึกได้เลยว่า เขารู้ว่าเราไปช่วย ไปให้โอกาส ให้กำลังใจซึ่งเราว่าระหว่างเงินกับใจ ใจสำคัญกว่าเพราะถ้าคนมีกำลังใจทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น เราเองก็เหมือนกัน พอเห็นเขามารอพบ เขายิ้มให้ แค่นั้นที่เหนื่อยๆ ก็หาย จนบางทีสามารถทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมงไม่หยุดพัก เพราะกลัวเขาจะรอ
เรื่องราวที่เจอบางทีน่าสงสารมาก อย่างคราวน้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดอ่างทอง น้ำท่วมถึงกำแพง หลังจากแจกของเสร็จแล้ว ได้คุยกับยายคนหนึ่ง ถามไปว่าน้ำท่วมอย่างนี้แล้วหุงข้าวอย่างไร คุณยายบอกว่าหุงข้าวไม่ได้ค่ะ กินแต่ปลากระป๋อง เวลาถ่ายก็ปล่อยตามน้ำ จึงแนะนำเจ้าหน้าที่ไปว่าควรรณรงค์แจกถุงดำให้ชาวบ้านใช้ทำธุระแล้วมีบริการตามเก็บด้วย เพื่ออย่างน้อยปัญหาจะทุเลาลงและไม่เกิดโรคระบาด
วันนั้นพอจบจากหมายก็คิดว่า คนเราถ้าปล่อยให้อดมื้อสองมื้อคงพอไหว แต่ถ้าเลยไปหลายมื้อ พอท้องหิวเขาอาจเกิดความคิดจะทำเรื่องไม่ดี จึงบอกให้เจ้าหน้าที่ทำการเปิดโรงครัวทันที โดยใช้เงินส่วนตัวของเรา ซื้อวัตถุดิบที่ตลาดไทไปทำอาหารแจกชาวบ้าน ทีแรกให้เจ้าหน้าที่ทำก่อน จากนั้นเพื่อไม่ให้คนในพื้นที่อยู่ว่างแล้วเครียด ฟุ้งซ่าน จึงให้เขาหมุนเวียนกันมาช่วยทำต่อ จากนั้นคิดต่ออีกว่าถ้าของบริจาคหมด หรือถ้าปีหน้าน้ำท่วมอีก จะใช้วิธีซื้อวัตถุดิบจากกลุ่มสมาชิกโครงการสายใยรักทั่วประเทศที่ไม่ได้ประสบภัยมาช่วยคนที่เดือดร้อน เป็นการช่วยกันแบบหมุนเวียนโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง
ที่มา: นิตยสารแพรว ฉบับวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๒

1 2 3