ในความเป็นแม่

เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ในโอกาสที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระราชานุญาตให้ทีมงานบริษัท รักลูกกรุ๊ป จำกัด เข้าเฝ้าฯ เพื่อฉายพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ พร้อมพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พร้อมกันนี้เสด็จพระองค์หญิงประทานสัมภาษณ์ถึงการเลี้ยงดูเจ้าชายพระองค์น้อยที่เจริญพระชันษาครบ ๔ ปี เสด็จพระองค์หญิงรับสั่งถึงพระอุปนิสัย พัฒนาการ และการลี้ยงดูพระองค์ที ด้วยพระพักตร์และรอยแย้มพระสรวลในสายใยรักต่อพระโอรสพระองค์น้อย
"หลายอย่างองค์ทีเหมือนแม่ คงเพราะอยู่ด้วยกันมา ใกล้ชิดกันมาก องค์ทีจะเป็นเด็กที่มีจินตนาการสูง ช่างจดช่างจำ บางครั้งไปพบ ไปเจอใครมาก็จะเอามาผูกโยงเล่าเป็นเรื่องเป็นราว ชอบเล่าเรื่อง ทรงมีวินัยในองค์สูง ทำอะไรเป็นขั้นตอน แต่ไม่ชอบให้ใครบังคับ เรากับลูกคล้ายๆ กันในเรื่องเหล่านี้ ไม่ชอบให้ใครมาสั่ง แต่ถ้าใช้เหตุผลคุยกันจะฟัง แล้วก็มีระบบระเบียบในตัวเอง" ตอนนี้องค์ทีเข้าเรียนแล้ว ช่วงที่ผ่านมาองค์ทีกำลังปรับองค์เองกับสิ่งแวดล้อมใหม่ ทั้งสถานที่ เพื่อน ครู เราคิดว่าเป็นช่วงสำคัญที่ลูกต้องได้เรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนอื่น อยากให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเอง ไม่ใช่ว่าถ้าเป็นพระองค์ที่แล้วจะต้องให้การดูแลพิเศษ เช่น เพื่อนๆ เข้าคิวกัน ก็ต้องเปิดโอกาสให้ท่านได้ทำแบบเพื่อนบ้าง หรือถ้ามีอะไรแล้วไปโอ๋ท่านมาก ไปยกท่านขึ้นมาก จะมีผลเสียกับตัวท่าน เพราะท่านจะรู้สึกแตกต่างหรือขาดโอกาสเรียนรู้อย่างที่เด็กวัยเดียวกันควรได้สัมผัส เราก็ต้องถ่ายทอดแนวคิดนี้ให้ครูและพระพี่เลี้ยงด้วย
บางทีเราก็แอบไปดูลูกที่โรงเรียนนะ แง้มประตูซึ่งมีช่องนิดเดียวก็ไม่เป็นไร ขอให้ได้เห็นลูก แต่ส่วนใหญ่จะใช้วิธีย้อนดูวิดีโอที่ช่างวิดีโอถ่ายไว้ทุกวัน เพื่อเช็คว่าตอนอยู่โรงเรียนลูกเราเป็นอย่างไรบ้าง ปรับตัวกับเพื่อนๆ ยังไง อย่างเวลาองค์ทีเล่นสนุก ซึ่งวัยนี้กำลังอยู่ในช่วงปีนป่าย หรือสนุกกับการทดลองทำอะไรใหม่ๆ ถ้าอยู่กับเรา เราจะปล่อยให้ลูกได้ลอง ถ้าดูแล้วว่าไม่อันตรายสำหรับลูก คือจะบอกทุกคนว่าเวลาดูแลองค์ทีต้องระยะห่าง เป็นระยะที่เข้าไปช่วยเหลือได้ทัน แต่ไม่ใช่ประกบท่าน จะหยิบจะจับอะไรก็คอยระวังไปหมด ถ้าทำแบบนั้นองค์ทีจะกลายเป็นเด็กที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าทำอะไร เราต้องคอยบอกทุกคนแบบนี้

"หน้าที่เราคือ สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้ลูก อยากให้ลูกเป็นเด็กที่มีความสุขก็ต้องเริ่มต้นที่บ้าน"
"เพราะเราไม่ได้อยู่กับลูกตลอดไป วันหนึ่งลูกต้องเติบโต เราคิดว่าหน้าที่เราคือสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีให้ลูก อยากให้ลูกเป็นเด็กที่มีความสุข ก็ต้องเริ่มต้นที่บ้าน และถ้ามีโอกาสก็อยากช่วยสร้างสังคมส่วนรวมให้ดีขึ้นด้วย ก็ต้องลงมือทำเท่าที่จะทำได้ เราก็คงเหมือนพ่อแม่คนอื่นๆ ที่อยากให้สังคมปลอดภัยสำหรับลูกเพราะเป็นความยั่งยืน มีค่ามากกว่าเงินทองเสียอีก"
เสด็จพระองค์หญิงทรงตระหนักถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว บทบาทของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ความเข้าใจในพัฒนาการของลูก วิธีการเลี้ยงลูกที่ถูกต้องทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา เพื่อให้ลูกเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ เพราะพ่อแม่คือคนสำคัญที่สุด เสด็จพระองค์หญิงทรงอภิบาลพระองค์ทีอย่างใกล้ชิดและตระหนักถึงคุณค่าของการเล่านิทานอ่านหนังสือ
"เรื่องเล่านิทาน อ่านหนังสือ เราจะทำทุกวัน ก่อนนอนก็จะให้องค์ทีเลือกเองว่าจะหยิบเล่มไหนมา ๒ เล่ม ให้แม่อ่านให้ฟัง องค์ทีจะจำตัวละครได้ เราก็จะชอบเล่าแต่งเติมให้เรื่องเข้ามาใกล้ตัวลูกแล้วทำสุ้มเสียงที่ตื่นเต้น น่าสนใจ องค์ทีจะชอบมาก
"เราชอบผสมผสานเรื่องราวในชีวิตประจำวันเข้าไปด้วยเวลาที่เล่านิทานให้ลูก เช่น วันนี้เราทำอะไรกันบ้าง ก็เอามาแต่งเป็นนิทาน ซึ่งท่านก็จะโปรดมาก เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัว"
ที่มา: นิตยสารรักลูก ปีที่ ๒๗ ฉบับที่ ๓๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒