Happy Time Happy Together
เป็นอีกครั้งหนึ่งที่นิตยสาร Modern Mom ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงมีพระราชานุญาตให้ฉายพระรูป พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ณ วังศุโขทัย ในวโรกาสอันเป็นมงคลที่เจ้าชายพระองค์น้อยเจริญพระชันษาครบ 4 ปี ในวันที่ 29 เดือนเมษายน ศกนี้
เสด็จพระองค์หญิงฯมีพระเมตตาให้ทีมงานเข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิดพร้อมทั้งประทาน บทสัมภาษณ์เกี่ยวกับบทบาทพระมารดาที่ต้องเรียนรู้และปรับพระองค์ไปพร้อมๆ กับการเจริญพระชันษาของพระโอรส
ช่างคิดช่างถาม
ช่างจินตนาการ
มีความสุขกับการฟังนิทาน ชอบอ่านหนังสือ
โปรดเพลงสุนทราภรณ์และเพลงของพี่ฟอร์ด
จนถึงกับทรงเอ่ยปาก อยากให้พี่ฟอร์ดมาเฝ้าที่วัง
ทรงเป็นนักคิดนักวางแผน ประสาทสัมผัสไว ช่างสังเกต
ไม่ชอบให้ใครสั่ง แต่ถ้าคุยด้วยเหตุผลจะทรงทำตามอย่างว่าง่าย
พระทัยอ่อนโยน
เก็บข้อมูลทุกอย่างไว้ในสมอง
ใครพูดอะไรเหมือนจะไม่สนพระทัยฟังแต่จริงๆแล้ว จะจดจำไว้หมด ฯลฯ
นี่คือส่วนหนึ่งของพระนิสัยและพัฒนาการของเจ้าชายพระองค์น้อย ในวัย 4 ชันษา จากสายพระเนตรของพระมารดาที่รับสั่งว่า
“หลายอย่างองค์ทีเหมือนแม่ คงเพราะอยู่ด้วยกัน ใกล้ชิดกันมาก องค์ทีจะเป็นเด็กที่มีจินตนาการสูง ช่างจดช่างจำ บางครั้งไปพบไปเจอใครมาก็เอามาผูกโยงเล่าเป็นเรื่องเป็นราว ชอบเล่าเรื่อง ทรงมีวินัยในองค์สูง ทำอะไรเป็นขั้นเป็นตอน แต่ไม่ชอบบังคับ เรากับลูกคล้ายๆกันในเรื่องเหล่านี้ ไม่ชอบให้มาสั่ง แต่ถ้าใช้เหตุผล คุยกันจะฟัง แล้วก็มีระบบระเบียบในตัวเอง”
เสด็จพระองค์หญิงรับสั่งว่า การเลี้ยงพระองค์ทีในช่วงพระชันษานี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทรงปรับพระองค์เอง รวมถึงผู้คนที่แวดล้อมพระองค์ด้วย
“ตอนนี้องค์ทีทรงเข้าเรียนแล้ว ช่วงที่ผ่านมาองค์ทีกำลังปรับองค์เองกับสิ่งแวดล้อมใหม่ ทั้งสถานที่ (โรงเรียนจิตรลดา) เพื่อน ครู เราคิดว่าเป็นช่วงที่สำคัญที่ลูกต้องเรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนอื่น อยากให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเอง ไม่ใช่ว่าถ้าเป็นพระองค์ทีแล้วจะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น เพื่อนๆเข้าคิวกัน ก็ต้องเปิดโอกาสให้ท่านได้ทำแบบเพื่อนบ้าง หรืถ้ามีอะไรแล้วไปโอ๋ท่านมาก ไปยกท่านขึ้นมาก จะมีผลเสียกับตัวท่าน เพราะท่านจะรู้สึกแตกต่างหรือขาดโอกาสเรียนรู้อย่างที่เด็กวัยเดียวกันควรได้สัมผัส
เราก็ต้องถ่ายทอดแนวความคิดนี้ให้ครูและพระพี่เลี้ยงด้วย บางทีเราก็ไปแอบดูลูกที่โรงเรียนนะ แง้มประตูซึ่งมีช่องนิดเดียว (เน้นพระสุรเสียงพร้อมทำท่าประกอบว่านิดเดียวจริงๆ) ก็ไม่เป็นไร ขอให้ได้เห็นลูก แต่ส่วนใหญ่จะใช้วิธีย้อนดูวิดิโอที่ช่างวิดิโอถ่ายไว้ทุกวัน เพื่อเช็กว่าตอนอยู่โรงเรียนลูกเราเป็นอย่างไรบ้างปรับตัวกับเพื่อนๆยังไง
อย่างเวลาองค์ทีเล่นสนุก ซึ่งช่วงนี้กำลังอยู่ในช่วงปีนป่าย หรือสนุกกับการทดลองทำอะไรใหม่ๆ ถ้าอยู่กับเรา เราจะปล่อยให้ลูกได้ลอง ถ้าดูแล้วว่าไม่อันตรายสำหรับลูก คือจะบอกกับทุกคนว่า เวลาดูแลองค์ทีต้องมีระยะห่าง เป็นระยะที่เข้าไปช่วยเหลือได้ทัน แต่ไม่ใช่ประกบตัวท่าน จะหยิบจะจับอะไรก็คอยระวังไปหมด ถ้าทำแบบนั้นองค์ทีจะกลายเป็นเด็กที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าทำอะไร เราต้องคอยบอกทุกคนแบบนี้
ที่มา: นิตยสาร Modern Mom Vol.14 No.163 May 2009
