saiyairak-header_01-(1).gif  saiyairak-header_02-(1).jpg
หน้าหลักพระราชประวัติเสด็จทรงงานศูนย์ประสานงานข่าวสารดาวน์โหลด
 
 

ความเป็นมา

กองทุน…..เพื่อช่วยชีวิตทารกเกิดก่อนกำหนด

ปัญหาทารกเกิดก่อนกำหนด นอกจากเป็นปัญหาที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาวะสุขภาพโดยรวมของประเทศแล้ว ยังมีผลกระทบที่รุนแรงต่อบิดา มารดา ครอบครัว รวมทั้งสถานพยาบาลที่ให้การ ดูแลรักษาทารกเกิดก่อนกำหนด ในขณะที่ศักยภาพด้านการรักษาพยาบาลทารกแรกเกิดระยะวิกฤตของประเทศมีจำกัด  ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเตียงรับผู้ป่วย อุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งมีราคาแพงมาก และบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความชำนาญ ทำให้ทารกบางรายเสียชีวิต บางรายเกิดภาวะแทรกซ้อนต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานาน การดูแลรักษาทารกที่มีน้ำหนัก 1,000 กรัม (ครรภ์ 6 เดือน) ให้รอดชีวิต และเกิดภาวะแทรกซ้อนน้อยที่สุด  ครอบครัวจะต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงถึง 300,000 บาท ต่อราย จากการประมาณการโดยใช้สถิติของโรงพยาบาลศิริราช พบว่า จะมีทารกน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่า 2,500 กรัม ในประเทศไทย 80,000 ราย ต่อปี ส่วนใหญ่เป็นทารกเกิดก่อนกำหนด  รัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณสำหรับการรักษาทารกเกิดก่อนกำหนดในหออภิบาลทารกแรกเกิดประมาณ 15,000 ราย โดยใช้งบประมาณไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมงบประมาณสำหรับการฟื้นฟูสภาพร่างกาย  และค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลตลอดชีวิตหากทารกมีความพิการ นอกจากนี้ การเกิดก่อนกำหนดยังเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้ทารกไทยเสียชีวิตในขวบปีแรก จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO)  พบว่ามีทารกไทยเสียชีวิต 13 ราย  ในทารกเกิด 1,000 ราย ซึ่งยังมีจำนวนสูง เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศมาเลเซีย

โอกาสรอดชีวิตของทารกกลุ่มนี้  ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์ น้ำหนักแรกเกิด ระบบการให้บริการของประเทศ รวมทั้งความพร้อมของสถานพยาบาล ซึ่งปัจจุบันยังไม่เพียงพอสำหรับการให้บริการแก่ทารกทั่วประเทศ ดังนั้นหากระบบการดูแลภาวะสุขภาพของมารดาและทารก ยังไม่ได้รับการพัฒนาเชิงรุก แบบองค์รวม ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ประเทศจะสูญเสียทรัพยากรจำนวนมหาศาล ประชาชนจะด้อยคุณภาพ สังคมไทยจะอ่อนแอลงตามลำดับ

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ในฐานะผู้ประสานงาน จึงได้เรียนเชิญผู้บริหารสูงสุดขององค์การ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กรุงเทพมหานคร สำนักงานหลักประกัน     สุขภาพแห่งชาติ รวมทั้งองค์กรวิชาชีพแพทย์ และพยาบาล เข้ามาร่วมจัดทำโครงการ “เครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวของเด็กและเยาวชนไทย” โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ เพื่อช่วยผลักดันให้มีการจัดทำนโยบายสาธารณสุขระดับประเทศสำหรับประชากรอายุ 0 – 5 ปี   รวมทั้งจัดให้มีการรณรงค์  ป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด  โดยการสร้างความตระหนัก และให้ความรู้แก่ชุมชน ซึ่งจะเห็นผลสำเร็จได้ในระยะยาว

เนื่องจากงบประมาณที่มีจำกัด จึงจำเป็นต้องหากองทุน เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์สำหรับเครือข่ายฯ ได้แก่ รถพยาบาล  ตู้อบทารก  และเครื่องช่วยหายใจชนิดเคลื่อนย้าย  รวมทั้งเงินทุนสนับสนุนงานวิจัย เพื่อค้นคว้าวิจัยหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับทารกไทย และการจัดทำสิ่งประดิษฐ์ ที่ใช้สำหรับการดูแลทารกจากภูมิปัญญาไทย เพื่อเป็นการช่วยประหยัดงบประมาณได้ส่วนหนึ่ง
 
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  สยามมกุฏราชกุมาร  และพระเจ้าวรวงศ์เธอ  พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์  พระวรชายาฯ ได้ทรงตระหนักถึงปัญหา และทรงเล็งเห็นความสำคัญของการ ดูแลทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เพื่อให้ได้ทารกไทยที่มีสุขภาพกายใจแข็งแรง ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต จึงได้ทรงพระราชทาน  “กองทุนทีปังกรนภัทรบุตร”  เพื่อใช้ในกิจกรรมดังกล่าว กองทุนนี้  จะช่วยจุดประกายให้เกิดการประสานความช่วยเหลือ และความร่วมมือระหว่างโรงพยาบาลในเครือข่ายฯ รวมทั้งก่อให้เกิดความเอื้ออาทร ช่วยเหลือเกื้อกูลแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกลุ่มครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมไทยที่สืบทอดมาช้านาน อันจะส่งผลให้ภาวะสุขภาพของมารดาและทารกไทย ได้มาตรฐานทัดเทียมประเทศเพื่อนบ้าน  เพื่อความเจริญก้าวหน้าของครอบครัวและสังคมไทยสืบไป

รายพระนาม และรายนามกรรมการบริหาร “กองทุนทีปังกรนภัทรบุตร”

รายพระนาม
พระเจ้าวรวงค์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามกุฏราชกุมารองค์อุปถัมภ์

รายนามกรรมการ

1. คณะบดี คณะแพทยศาสตร์ศิริราขพยาบาล    ประธานกรรมการ
2. ราชเลขานุการ ในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ       รองประธานกรรมการ คนที่ 1 
3. ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  รองประธานกรรมการ คนที่ 2
4. รองปลัดกรุงเทพมหานคร    รองประธานกรรมการ คนที่ 3
5. นายแพทย์ราชสำนัก  กรรมการ
6. ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย  กรรมการ
7. ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย กรรมการ
8. นายกสมาคมปริกำเนิดแห่งประเทศไทย กรรมการ
9. ประธานสมาคมเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดแห่งประเทศไทย  กรรมการ
10. หัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กรรมการ
11. หัวหน้าภาควิชาสูติศาสคร์-นรีเวชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล  กรรมการ
 
12. ศาสตราจารย์เกียรติคุณ แพทย์หญิงชนิกา  ตู้จินดา  กรรมการ
 
13. พลอากาศตรีหญิง แพทย์หญิงสุธารี เนินลพ   กรรมการ
 
14. นางมาริษา สมบัติบูรณ์  กรรมการ
 
15. ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์เหลือพร ปุณณกัณณ์  กรรมการและเหรัญญิก
 
16. รองศาสตราจารย์นายแพทย์ธราธิป  โคละทัต    กรรมการและเลขานุการ

แหล่งที่มาของเงินกองทุนฯ ได้รับพระราชทาน พระราชทรัพย์เป็นจำนวนเงิน 29 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. การประมูลเครื่องจักสานส่วนพระองค์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ฯ ในงาน “จักสานเพื่อสายใยรัก” เมื่อวันที่ 27 พ.ศ. 2550 เป็นจำนวนเงิน 27,740,000 บาท
2. การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในร้านศิลปาชีพ 904 เป็นจำนวนเงิน 912,528 บาท
3. กองทุน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เป็นจำนวณเงิน 347,452 บาท

วัตถุประสงค์ เพื่อใช้ในสนับสนุนกิจกรรมด้านต่างๆ ดังนี้
1. งานบริการและสร้างเครือข่ายการส่งมารดาและทารกมารับการรักษาต่อ
-ดำเนินการจัดหารถพยาบาลและตู้อบสำหรับการเคลื่อนย้ายทารก เพื่อใช้ในการเคลื่อนย้ายทารกเกิดก่อนกำหนดไปรักษาในโรงพยาบาลที่มีความพร้อม
-จัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ เช่น เครื่องช่วยหายใจ และตู้อบทารก
2. งานวิจัย วิชาการ
-สร้างองค์ความรู้ พัฒนางานวิชาการ และเพิ่มพูนทักษะแก่บุคลากรทางการแพทย์ สังคม และชุมชน
-จัดสรรเงินทุนสำหรับการทำวิจัย เพื่อนำองค์ความรู้มาพัฒนาการดูแลมารดาและทารกไทย
3.การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ และนวัตกรรม
-สนับสนุน และจัดสรรเงินทุนสำหรับการประดิษฐ์วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ดูแลผู้ป่วย เพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายขององค์กร และหน่วยงาน

 


โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว