สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เป็นพระราชโอรสพระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จสมภพ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๘ กรกฎาคม พุทธ-ศักราช ๒๔๙๕ เมื่อทรงเจริญวัยพระชนมายุได้ ๔ พรรษา สมเด็จพระบรมชนกา-ธิราช พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เริ่มถวายอักษรทรงเข้ารับการศึกษาชั้นอนุบาลที่ ๑ ณ โรงเรียนจิตรลดา เมื่อเดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๔๙๙ ขณะนั้นโรงเรียนนี้ยังตั้งอยู่ในพระราชฐาน ณ พระที่นั่งอุดรภาค พระราชวังดุสิต ต่อมาจึงย้ายไปตั้งอยู่ในพระราชฐานสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ได้ทรงศึกษาอยู่ในโรงเรียนจิตรลดาจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ จึงเสด็จไปศึกษาต่อในโรงเรียน คิงส์ มิด เมืองซีฟอร์ด แคว้นซัสเซกส์ ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนมกราคม พุทธศักราช ๒๕๐๙ ต่อจากนั้น เสด็จไปทรงเสด็จศึกษาต่อที่โรงเรียนมิลล์ฟิลด์ เมืองสตรีท แคว้นซอมเมอร์เซท เมื่อเดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๐๙ ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์มา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงมีพระอุปนิสัยโปรดความมีระเบียบวินัยและความสะอาดเรียบร้อยโดยทั่วไป ไม่ทรงนิยมการฝ่าฝืนหรือละเมิดระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ได้ทรงแสดงความสนพระราชหฤทัยในกิจการเกี่ยวกับกองทัพ และขณะที่ประทับอยู่ในประเทศไทยได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมที่ตั้งในกองทหารหน่วยต่าง ๆ หลายแห่ง โดยที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงสนพระราชหฤทัยในกิจการทหารเป็นอย่างมากประการหนึ่ง และโดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดำริเห็นว่า การศึกษาวิชาทหารในประเทศออสเตรเลีย มีหลักสูตรการสอนกว้างขวางและมีการฝึกเข้มงวดอีกประการหนึ่ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จดำเนินจากประเทศอังกฤษไปทรงศึกษาวิชาทหาร ณ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อเดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๑๓ ในชั้นแรกทรงเข้าศึกษาในโรงเรียนคิงส์ สกูล ที่ตำบลพารามัตตา นครซิดนีย์ ซึ่งเป็นโรงเรียนเตรียมทหาร ต่อจากนั้นทรงเข้าศึกษาที่วิทยาลัยดันทรูน กรุงแคน-แบร์รา ซึ่งทรงใช้เวลาในการทดสอบและฝึกอย่างหนักถึง ๕ สัปดาห์ ทรงเข้าศึกษาและทรงเข้าประจำเหล่านักเรียนนายร้อยที่วิทยาลัยการทหารดันทรูน ตั้งแต่ภาคแรกแห่งปีการศึกษาพุทธศักราช ๒๕๑๕ จนทรงจบการศึกษาในปีพุทธศักราช ๒๕๑๘
ในการศึกษาทุกระดับชั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงปฏิบัติตามระเบียบของสถานศึกษาเหมือนอย่างนักเรียนทั่วไปและเมื่อทรงเข้าศึกษาวิชาการทหารซึ่งมีการฝึกอบรมอย่างเข้มงวด ก็ได้ทรงปฏิบัติตามกฎระเบียบโดยสมบูรณ์ ในระหว่างเวลาที่ทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนคิงส์ สกูล ตำบลพารา-มัตตา นครซิดนีย์ ทรงได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าบ้านแมคอาเทอร์เฮาส์ และได้ทรงปฏิบัติพระองค์อย่างดีเด่น โดยเฉพาะในการฝึกทหาร
ในระหว่างที่เสด็จกลับมาประทับอยู่ในประเทศไทยในฐานะองค์พระรัชทายาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในพระราชกรณียกิจที่สำคัญต่าง ๆ ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนั้นๆ สนองพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยความมั่นพระราชหฤทัย ด้วยความรอบคอบ และด้วยความรับผิดชอบสำเร็จผลดีเสมอ ทรงใช้เวลาในระหว่างหยุดเรียน โดยเสด็จพระราชดำเนินตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงเยี่ยมราษฎรในจังหวัดต่าง ๆ และในที่ห่างไกลเนือง ๆ ทรงพอพระราชหฤทัยทำความคุ้นเคยกับประชาชนและข้าราชการในท้องถิ่นนั้นๆ เพื่อทรงทราบและเข้าพระราชหฤทัยถึงความต้องการและสถานการณ์อย่างแท้จริง ยังความโสมนัสอย่างยิ่งให้เกิดแก่ข้าราชการและประชาชนที่ได้เฝ้าฯ รับเสด็จในโอกาสนั้น
นอกจากนั้น ยังทรงฝักใฝ่เลื่อมใสในพระบวรพุทธศาสนา และทรงสนพระราชหฤทัยในกระบวนการยุติธรรมเป็นพิเศษ รวมทั้งในการปกครองประเทศให้สงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองอีกด้วย ทรงพยายามหาโอกาสในวันหยุด เสด็จพระราชดำเนินไปถวายสักการะสมเด็จพระสังฆราช และทรงเยี่ยมนมัสการพระเถระผู้ใหญ่เพื่อทรงสนทนาพระธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเสด็จไปทอดพระเนตรกิจการของศาลสถิตยุติธรรม เพื่อทรงศึกษาเกี่ยวกับงานด้านกฎหมายในบางโอกาสด้วย
กิจกรรมเกี่ยวกับสัมพันธไมตรีกับนานาประเทศ ก็ทรงสนพระราชหฤทัยเป็นอันมาก ดังเป็นที่ปรากฎว่าในพระราชกรณียกิจ หรือในงานที่เกี่ยวกับบุคคลสำคัญชาวต่างประเทศ หรือเกี่ยวกับคณะทูตนานาประเทศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยเสด็จพระราชดำเนินพร้อมกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสมอและคราวเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยือนประเทศญี่ปุ่นในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระราชวงศ์ญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๑๔ ก็ทรงได้รับความสำเร็จอย่างยิ่ง เพราะการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้มีผลในการกระชับสัมพันธไมตรีระหว่างพระราชวงศ์และประชาชนทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดสนิทสนมยิ่งขึ้น
ทรงใช้เวลาส่วนพระองค์ที่เหลือไม่มากนักจากงานราชการและการศึกษาให้เป็นประโยชน์เสมอด้วยการทรงงานอดิเรก โดยทรงนิพนธ์บทกลอนและบริหารพระวรกาย มีทรงวิ่ง หรือทรงกีฬาต่าง ๆ เช่น ทรงฟุตบอลร่วมทีมกับทหารและข้าราชการ เป็นต้น ขณะประทับอยู่ในพระราชฐาน ทรงสนพระราชหฤทัยในความเป็นอยู่ของตำรวจที่ประจำรักษาการณ์ในพระราชฐานและข้าราชบริพารทั่วไป เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนตรวจตราการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในเขตพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน และพระบรมมหาราชวังอยู่เป็นนิจ เมื่อเดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๐๘ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงได้รับพระราชทานยศทหาร โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศให้เป็น ร้อยตรี เรือตรี และเรืออากาศตรี แห่งกองทัพทั้งสาม และต่อมาเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๑๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเลื่อนยศขึ้นเป็น ร้อยโท เรือโท และเรืออากาศโท ทรงเข้ารับการฝึกปฎิบัติตามหลักสูตรโดดร่มภาคพื้นดิน ณ ค่ายนเรศวร และได้รับพระราชทานปีกนักโดดชั้น ๑ กิตติมศักดิ์ เมื่อเดือนพฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๑๔ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกอุปถัมภ์ และสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสมาคมต่างๆ ตามที่สมาคมและคณะนั้นๆ กราบบังคมทูลอัญเชิญ คือ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมจักรยานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๐๘ สมาชิกกิตติมศักดิ์ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๑๒ องค์อุปถัมภ์สามัคคีสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๑๓ สมาชิกกิตติมศักดิ์ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๑๓ องค์อุปถัมภ์ลูกเสือแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๑๓
แหล่งที่มา: หนังสือมหาวชิราลงกรณ ทรงประสานใจชาวไทยทุกเชื้อชาติ หอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร
1 2 3