saiyairak-header_01-(1).gif  saiyairak-header_02-(1).jpg
หน้าหลักพระราชประวัติโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวศูนย์ประสานงานข่าวสารดาวน์โหลด
 
 


วันเสาร์ที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ เวลา ๐๙.๑๕ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ฯเสด็จพระดำเนินพร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประทับรถที่นั่ง (GMC)เสด็จออกจากวังศุโขทัย ไปยังพื้นที่ควบคุมในพระองค์ ๙๐๔
 
ต่อจากนั้น เสด็จพระดำเนินไปยังบริเวณหน่วยประกอบอาหารพระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารที่ร่วมกันประกอบอาหารต่อเนื่องจนถึง         การลำเลียงอาหารที่ปรุงสำเร็จ จัดเรียงขึ้นรถ (GMC) ตั้งแต่เที่ยงคืน ถึงเวลา ๑๐.๐๐ น. เป็นประจำทุกวัน โดยหน่วยประกอบอาหารพระราชทานฯ ได้เริ่มจัดตั้งครัวตั้งแต่วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาซึ่งวัตถุดิบในการประกอบอาหารในแต่ละวัน อาทิ เนื้อหมู เนื้อไก่ ผักสด จะต้องผ่านการกระบวนการตรวจสอบสารปนเปื้อนและสารเคมีจากยาฆ่าแมลง โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กระทรวงสาธารณสุขเพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์และมีคุณค่าแก่ร่างกาย เนื่องจากในปัจจุบันพบว่า วัตถุดิบในการประกอบอาหาร เช่น เนื้อสัตว์ และผักสดนั้นจะใส่สารเคมีเพื่อเร่งการเจริญเติบโตเพื่อให้เพียงพอต่อผู้บริโภคในสถานการณ์ปัจจุบัน
 
โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมและประทานกำลังใจ แก่ผู้ที่มาร่วมกันประกอบอาหาร โดยมีเหล่าข้าราชบริพารในพระองค์ หน่วยทหารจาก พันส่งกำลังและบริการที่ ๒๒ บริการช่วยรบที่ ๒ ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา เจ้าหน้าที่โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ และจิตอาสาจากสมาชิกเฟสบุ๊คโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ การนี้ทอดพระเนตรการปรุงอาหารและการบรรจุอาหารกล่องพระราชทานฯ ตามพระอัธยาศัย
ต่อจากนั้น เสด็จพระดำเนินไปยังบริเวณสถานที่ทำDasta Ball เพื่อบำบัดน้ำเสีย ที่ได้ผลิตขึ้นในรูปแบบของการใช้กำลังจากกลุ่มอาสาสมัครข้าราชบริพารในพระองค์ Dasta Ball ในครั้งนี้ด้วยโดยการทำกิจกรรมดังกล่าวสามารถสร้างความรู้สึกถึงการมีส่วนร่วมของคนทุกฝ่ายให้เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงการตระหนักที่จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่มีความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้ และสมาชิกในครอบครัว นอกจากนี้ยังมีประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงวังศุโขทัยมาร่วมกันปั้น

ดาสต้าบอล ซึ่งมีชื่อย่อมาจากหน่วยงานองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) โดยอยู่ภายใต้โครงการ“ดาสต้าบอลเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา”ได้กลายเป็นสูตรสำเร็จของการฟื้นฟูคุณภาพน้ำที่ท่วมจากสภาพน้ำเน่าเสียให้กลายเป็นน้ำที่ได้รับการบำบัดกล่าวคือสามารถบำบัดน้ำเสียได้ลดสีและลดกลิ่นลงได้
 
ส่วนวิธีการทำDasta Ball มีการนำส่วนผสมที่ได้มาจากธรรมชาติ อาทิ แร่เกลือไลท์ ๑ กะละมัง , รำข้าว ครึ่ง กะละมัง , ปุ๋ยคอก ๑ กำมือ , กากน้ำตาล ครึ่งฝ่ามือ และน้ำเชื้อจุลินทรีย์ ๒ ลิตร แล้วนำส่วนประสมที่ได้ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน ต่อจากนั้น ปั้นเป็นก้อนกลมขนาดลูกปิงปอง ซึ่งการปั้นเป็นลูกกลมขนาดเท่าปิงปองเพื่อให้แบคทีเรียมีบ้านยึดเกาะและสามารถรับออกซิเจนในการหายใจและมีน้ำหนักพอจะทำให้จมลงในน้ำได้ดีจึงทนกับสภาพแวดล้อมได้ดีกว่าจุลินทรีย์บำบัดน้ำเสียทั่วไปทั้งนี้แบคทีเรียในDasta Ballจะออกจากบอลจุลินทรีย์ไปกำจัดน้ำเน่าและกลิ่นเหม็นให้หายไปใน ๒๔ชั่วโมงและหลังจากผ่านไป ๔๘ชั่วโมง คุณภาพน้ำของแหล่งน้ำจะเปลี่ยนเป็นสภาพน้ำที่ใสขึ้น
 
ทั้งนี้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมารได้ทรงทดลองโดยการนำ Dasta Ball มาพิสูจน์ประสิทธิภาพในการใช้งาน ที่พระตำหนักที่ประทับหน่วยบินเดโชชัย ๓ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมเช่นกัน โดยผลการทดลองที่ผ่านมา ทำให้ทราบถึงคุณสมบัติของ Dasta Ball ว่าสามารถช่วยฟื้นฟูสภาพน้ำได้จริง

ดังนั้น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาจึงน้อมนำผลการทดลอง ที่ได้ไปใช้เพื่อบำบัดน้ำที่เน่าเสีย รวมทั้งนำ Dasta Ball ดังกล่าว ประทานให้แก่ครอบครัวข้าราชบริพารที่ประสบภัยน้ำท่วม และผู้ประสบภัยที่อยู่บริเวณพื้นที่เขตทวีวัฒนาด้วย
สมควรแก่เวลาประทับรถยนต์พระที่นั่ง (GMC) เสด็จ ฯ ออกจากพื้นที่ควบคุมในพระองค์ ๙๐๔ ไปยังวังทวีวัฒนา โดยมี พลเรือตรี สุรพล คุปตะพันธ์ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพเฝ้ารับเสด็จ

ต่อจากนั้น เสด็จพระดำเนินเยี่ยมหน่วยช่วยเหลือผู้ประสบภัยพระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์     พระวรชายา ฯที่เริ่มเปิดหน่วยบริการแก่ราษฎรที่เดือดร้อนในพื้นที่เขตทวีวัฒนา และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ตั้งแต่ วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา
ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่มาตรวจรักษาผู้ที่มีอาการเจ็บป่วย โดยในแต่ละวันจะมีทีมแพทย์และพยาบาล จากสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี , โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ซึ่งทีมแพทย์และพยาบาลเองก็ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยเช่นกัน แต่ได้เสียสละเวลาเพื่อมาช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่มีความเดือดร้อนกว่า
 
ต่อจากนั้น ทรงเยี่ยมเจ้าหน้าที่สายใยรักแห่งครอบครัวสู่แม่-ลูก เพื่อผู้ประสบภัย โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญ จากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มาตรวจรักษาพร้อมให้คำแนะนำเรื่องแม่และเด็กนอกจากนี้ได้มีกิจกรรมการจัดมุมของเล่น มุมวาดเขียน สำหรับเด็กเล็กอีกด้วย
 
การนี้ ทรงเยี่ยมเจ้าหน้าที่สายใยรักแห่งครอบครัวสู่สัตว์ ที่ประสบภัย ที่มีทีมแพทย์ จากคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับกรมปศุสัตว์ มาร่วมช่วยเหลือสัตว์เลี้ยงที่มีอาการเจ็บป่วยพร้อมทั้งนำอาหารสุนัขและแมว มามอบให้กับสัตว์ที่ประสบภัยด้วย
 
โอกาสนี้ ประทานอาหารกล่องให้แก่ผู้แทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย จำนวน ๒๐ ราย ทั้งหมด ๕๐๐ กล่อง
       
จากนั้น เสด็จไปยังศอร.ป้องกันน้ำท่วมในพระองค์ ๙๐๔ มวก.
(V914/204) (หน่วยช่วยเหลือผู้ประสบภัยพระราชทานฯ) ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ๆจัดให้เป็นที่พักอาศัยของกำลังพล ที่มาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ ประกอบด้วย กำลังพลสังกัดกองทัพเรือ , กองทัพบก ,ตำรวจน้ำ ,กำลังพลสังกัดชุดทำงานกองร้อยที่ ๑ กองกำกับปฏิบัติการพิเศษ ,กำลังพลสังกัดเทศบาลตำบลประคำ อำเภอประคำ จังหวัดบุรีรัมย์ ,กำลังพลสังกัดสำนักงานทรัพยากร กรมทรัพยากรน้ำ ภาค ๒ จังหวัดสระบุรี ,กำลังพลสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย ,ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์รวมถึงทีมแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ที่จัดเวรมารักษาผู้ที่มีอาการเจ็บป่วยในครั้งนี้ด้วย
 
โอกาสนี้ พระราชทานถุงยังชีพพระราชทาน ประทานให้แก่ผู้แทนกำลังพลที่มาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จำนวน ๗ ราย ทั้งหมด ๔๒๑ ถุง การนี้ทรงมีพระราชปฏิสันถารพร้อมประทานกำลังใจแก่อาสาสมัครที่มาช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามพระอัธยาศัย
จากนั้น ทรงเยี่ยมหน่วยน้ำดื่มพระราชทานโดยโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ ที่มาให้บริการน้ำดื่มที่ถูกสุขอนามัย บริเวณพื้นที่หน้าวังทวีวัฒนา โดยราษฎรที่ต้องการน้ำดื่มสามารถมาขอรับน้ำดื่มได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
 
ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรสะพานไม้บริเวณทางเข้าหน้าชุมชน หน้าวังทวีวัฒนา ที่ทรงมีพระดำริให้เจ้าหน้าที่จากกรมโยธาธิการ สำนักงานเขตทวีวัฒนา ได้ดำเนินการสร้างสะพานเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเท้า โดยสะพานดังกล่าวได้เริ่มดำเนินการสร้างตั้งแต่วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ มีระยะความยาว ๑๒๐ เมตร สูงจากระดับพื้นดิน ๙๐ เซนติเมตร จากพระดำริดังกล่าวทำให้ราษฎรได้ลดปัญหาการเดินลุยน้ำที่เน่าเสียภายในชุมชนได้
 
การนี้ทรงโยน Dasta Ball ที่นำมาจากพื้นที่ควบคุมในพระองค์ ๙๐๔ โยนลงน้ำที่เน่าเสียในพื้นที่ชุมชนหน้าวังทวีวัฒนาพร้อมทั้ง ประทาน Dasta Ball ให้แก่ผู้แทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย จำนวน ๑๐ ราย
 
ต่อจากนั้น ทรงเยี่ยมราษฎรที่เฝ้ารับเสด็จ ตามพระราชอัธยาศัย

สมควรแก่เวลา เสด็จพระดำเนินออกจากหน่วยช่วยเหลือผู้ประสบภัยพระราชทาน ฯ ไปยังรถยนต์ที่นั่ง(GMC)เสด็จไปยังวัดศาลาแดง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร
ตลอดเส้นทาง ทอดพระเนตร บ้านเรือนราษฎร ธุรกิจร้านค้า ร้านอาหาร โรงเรียน ที่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งทอดพระเนตรระดับน้ำที่เอ่อล้นจากคลองทวีวัฒนา ไหลเข้าท่วมถนนเลียบคลองทวีวัฒนา ทำให้รถเล็กไม่สามารถใช้การได้ มีเพียงรถทหารและเรือเท่านั้นที่สามารถใช้เป็นพาหนะในการสัญจรไปมาโอกาสนี้ ประทานอาหารกล่องพระราชทานให้แก่ราษฎรตลอดเส้นทางเสด็จด้วย
เมื่อเสด็จถึงวัดศาลาแดง เสด็จพระดำเนินลงจากรถยนต์ที่นั่ง(GMC) ไปยังบริเวณจุดประกอบอาหารเพื่อทำภัตรตาหารถวายแด่พระภิกษุ-สามเณร รวมถึงผู้ประสบภัยที่พักอาศัยอยู่ภายในวัด โดยวัตถุดิบในการประกอบอาหารดังกล่าว ส่วนหนึ่งได้จากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมารและพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ฯ ได้พระราชทานวัตถุดิบที่เป็นอาหารสดแก่ทางวัด เพื่อร่วมกันประกอบอาหารวันละ ๓ มื้อ
 
ต่อจากนั้น เสด็จ ฯ ออกจากบริเวณจุดประกอบอาหาร ไปยังศาลาการเปรียญทอดพระเนตรกิจกรรมการฝึกอาชีพระยะสั้น ที่ทรงมีพระดำริเพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่อาศัยอยู่ภายในวัด ซึ่งปัจจุบันต้องสูญเสียรายได้ในช่วงวิกฤตน้ำท่วม โดยผู้อพยพส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างรายวัน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ฯ จึงทรงมีพระกรุณาธิคุณ ให้ผู้อพยพดังกล่าวได้มีอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ ใน ๕ หลักสูตรอาชีพ ได้แก่
๑.การเรียนรู้และฝึกหัดการคัดแยกขยะโดยมีนายบรรจง แซ่อึ้งประธานชุมชนกองขยะหนองแขมซึ่งเป็นผู้นำในการพัฒนาชุมชนกองขยะให้มีความเข้มแข็งมีการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชนกองขยะหนองแขมให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยนายบรรจง แซ่อึ้งและสมาชิก ได้นำความรู้เกี่ยวกับการคัดแยกขยะขายเพื่อสร้างรายได้ มาถ่ายทอดให้กับผู้ประสบภัยที่มีความสนใจ ซึ่งจะมีวิธีการสาธิตการคัดแยกขยะ และการจัดแสดงประเภทขยะที่สามารถนำมาสร้างรายได้
๒.การเรียนรู้และฝึกหัดการเพาะปลูกถั่วงอก โดยมี นางสาวณัชนรีบุญโย และสมาชิกชุมชนกองขยะหนองแขมเดิมมีอาชีพเก็บของเก่าขายภายในชุมชน ซึ่งที่ผ่านมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้เสด็จไปทรงเยี่ยมและทอดพระเนตรถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ ของคนภายในชุมชนกองขยะหนองแขม ทราบว่าคนในชุมชนมีศักยภาพในการพัฒนาทางด้านอาชีพ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการฝึกอบรมเรื่องการเพาะปลูกถั่วงอกเพื่อพัฒนาให้เป็นอาชีพเสริมหลังจากการคัดแยกขยะขาย โดยสมาชิกกลุ่มเพาะถั่วงอกของชุมชนกองขยะหนองแขม ได้นำความรู้ความสามารถที่ได้รับ มาถ่ายทอดให้กับผู้ประสบภัยที่มีความสนใจซึ่งการถ่ายทอดองค์ความรู้ดังกล่าวจะมีการสาธิต และมีการทดลองทำการเพาะถั่วงอกสำหรับผู้ฝึกอาชีพ นอกจากนี้ยังมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาช่วยเสริมความรู้เรื่องการเพาะถั่วงอกเพื่อให้ได้ผลผลิตดีในครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ผลผลิตที่ได้จากการเพาะถั่วงอก ส่วนหนึ่งจะนำไปประกอบอาหารเพื่อบริโภคภายในวัด
๓.การเรียนรู้และฝึกหัดการร้อยลูกปัดเป็นเครื่องประดับ ให้เป็นสร้อยคอและสร้อยแขน  
๔.
การเรียนรู้และฝึกหัดการปักผ้า ที่มีการปักลวดลายลงบนผืนผ้า ให้เป็นลวดลายต่างๆ อาทิเช่น รูปสัตว์ ดอกไม้ หรือตามแต่จินตนาการ  
๕.
การเรียนรู้และฝึกหัดการถักโครเชต์ ให้เป็นตุ๊กตา และพวงกุญแจ โดยการเรียนรู้และฝึกหัดดังกล่าว มีอาจารย์จากฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯและเจ้าหน้าที่จากศิลปาชีพ ๙๐๔ มาร่วมถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้อพยพในครั้งนี้ด้วย

โดยแต่ละกลุ่มอาชีพจะรับสมัครผู้เรียนกลุ่มละ ๒๐ คน แบ่งเป็น ๒ รุ่น รุ่นละ ๑๐๐ คน มีระยะเวลาในการเรียนและฝึกหัดแต่ละอาชีพ จำนวน ๕ วัน ซึ่งผู้ฝึกอาชีพ จะหมุนเวียนการเรียนรู้และฝึกหัดไปจนครบทั้ง ๕ อาชีพ นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการฝึกอาชีพจะได้รับเงิน วันละ ๕๐ บาท จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อสนับสนุนในการเข้าฝึกอาชีพด้วย
 
การนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ได้ทรงมีพระกรุณาธิคุณในการรับซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการฝึกอาชีพ   เพื่อนำไปจัดจำหน่ายในร้านศิลปาชีพ ๙๐๔ ส่วนผู้ที่ต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัย สามารถอุดหนุนผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้ที่ร้านศิลปาชีพ ๙๐๔ บริเวณหน้าพื้นที่ควบคุมในพระองค์ ๙๐๔ ถนนสุโขทัย
นอกจากนี้ ทรงเยี่ยมหน่วยบริการตัดผมชาย และหญิง ที่สนับสนุนโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่จัดเจ้าหน้าที่มาช่วยบริการตัดผมชาย และหญิงเพื่อเสริมสร้างสุขอนามัยที่ดีต่อผู้ประสบภัย
 
จากนั้น ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์เคลื่อนที่พระราชทานในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร โดยมีทีมแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลราชพิพัฒน์ ที่มารักษาผู้ที่มีอาการเจ็บป่วย โดยหน่วยแพทย์ดังกล่าวจะตั้งศูนย์ให้บริการเป็นประจำทุกวัน
   
ต่อจากนั้น ทรงเยี่ยมเจ้าหน้าที่สายใยรักแห่งครอบครัวสู่ แม่-ลูก เพื่อผู้ประสบภัยโดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มาให้คำปรึกษาเรื่องแม่และเด็ก พร้อมทั้งมีกิจกรรมการจัดมุมของเล่น มุมวาดเขียน สำหรับเด็กเล็กอีกด้วย
 
โอกาสนี้ ประทานชุดสายใยรักแห่งครอบครัวฯสู่แม่-ลูก ให้แก่ผู้เด็กที่ประสบอุทกภัย จำนวน ๑๐ ราย
         
เสร็จแล้ว   ทรงเยี่ยมเจ้าหน้าที่สายใยรักแห่งครอบครัวสู่สัตว์ ที่ประสบภัย
ที่มีทีมแพทย์ จากคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับกรมปศุสัตว์ที่มาคอยรักษาอาการสัตว์เลี้ยงที่มีอาการเจ็บป่วย พร้อมนำอาหารสุนัขและอาหารแมวมาเลี้ยงสัตว์ที่อาศัยอยู่บริเวณวัดศาลาแดงอีกด้วย
 
สมควรแก่เวลา เสด็จ ฯ ออกจากศาลาการเปรียญ ไปยังอุโบสถหลังใหม่ประจำวัดศาลาแดงทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยที่พักอาศัยอยู่บริเวณใต้ถุนอุโบสถที่ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพระภิกษุ-สามเณร และสาธุชนทั่วไป โดยผู้อพยพส่วนใหญ่ มีถิ่นฐานมาจากจังหวัดเชียงราย ที่อพยพครอบครัว มารับจ้างทำสวนกล้วยไม้ โดยเริ่มอพยพมาอาศัยอยู่ที่วัดตั้งแต่วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา มีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หลังจากที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมารและพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์พระวรชายา ฯ ได้เสด็จมาพระราชทานความช่วยเหลือ   โอกาสนี้ทรงมีพระราชปฏิสันถารถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ด้วยความสนพระทัย ตามพระราชอัธยาศัย
 
เสร็จแล้ว เสด็จพระดำเนินขึ้นสู่อุโบสถทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธชินราชจำลอง พระประธานประจำอุโบสถ ทรงกราบ

จากนั้นเสด็จพระดำเนิน ลงจากอุโบสถ ทอดพระเนตรวิธีทำ Dasta Ballโดยมีวิทยากรจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มาช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ และการสาธิตการทำDasta Ballให้แก่ผู้อพยพบริเวณอุโบสถวัดศาลาแดง

โอกาสนี้  ทรงโยน Dasta Ball ที่ทำจากพื้นที่ควบคุมในพระองค์ ๙๐๔ โยนลงน้ำที่เน่าเสียบริเวณหน้าอุโบสถการนี้ ประทาน Dasta Ball ให้แก่ผู้แทนราษฎรที่ประสบอุทกภัย จำนวน ๑๐ ราย

วัดศาลาแดงตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้ชุมชน ริมคลองทวีวัฒนา แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร มีพระภิกษุและสามเณร จำพรรษาอยู่ ๑๓๕ รูป ภายในวัดมีพระพุทธรูป และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำวัดศาลาแดง ประกอบด้วย หลวงพ่อใหญ่   (พระประธานในอุโบสถ) มณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง นอกจากนี้ ทางวัดศาลาแดงได้พัฒนาคลองบริเวณหน้าวัดให้เป็นวังมัจฉาเพื่อเป็นเขตอภัยทานด้วย

วัดศาลาแดงได้เปิดเป็นศูนย์อพยพ ตั้งแต่วันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีผู้อพยพจำนวน ๑๕๙ ครอบครัว ๖๐๓ คน แบ่งเป็น ชาย ๒๐๙ คน หญิง ๓๙๔ คน ส่วนใหญ่เป็นคนงานที่มารับจ้างทำเกษตรกรรม มีภูมิลำเนาในเขตกรุงเทพมหานคร ๒๔๐ คน จังหวัดเชียงราย ๒๔๐ คน   จังหวัดนครปฐม ๑๗ คน จังหวัดสมุทรสาคร ๑๐ และจังหวัดอื่นๆ อีก ๑๒๐ คน ผู้อพยพจำนวนกว่า ๒๔๖ คน ไม่ได้รับการศึกษา

สถานการณ์น้ำบริเวณโดยรอบวัดศาลาแดงในปัจจุบัน มีระดับน้ำที่ลดลง ซึ่งวัดจากระดับน้ำที่ท่วมสูงสุด ได้ ๓๐ เซนติเมตร

ส่วนเขตทวีวัฒนา   มีพื้นที่ ๕๐,๒๑๙ ตารางกิโลเมตร มีความเสียหาย ๑๐๐ % ของพื้นที่ มีบ้านเรือนราษฎร ๒๙,๐๐๐ หลังคาเรือน มีประชากรจำนวน ๗๕,๐๑๐ คน เขตทวีวัฒนา   เป็นพื้นที่รับน้ำจากคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งรับน้ำมาจากทางตอนเหนือ คือ จังหวัดนนทบุรีและจังหวัดนครปฐม สถานการณ์น้ำในปัจจุบันยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีระดับสูง รถเล็กไม่สามารถผ่านไปมาได้ มีเฉพาะรถบรรทุกขนาดใหญ่และรถทหารเท่านั้นที่สามารถวิ่งผ่านได้ 

การเสด็จไปทรงเยี่ยมราษฎรผู้ประสบภัยถึงในพื้นที่ เขตทวีวัฒนา และ พื้นที่เขตบางแคกรุงเทพมหนครฯ ในครั้งนี้ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างยิ่ง โดยสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อให้มีความเข้มแข็ง ในการผ่านพ้นวิกฤตและดำรงชีพต่อไป

นอกจากนี้ ผู้ที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยวัดศาลาแดง   สามารถบริจาคเงินผ่านทาง “กองทุนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติเพื่อผู้ประสบภัยพิบัติ” เลขบัญชี ๑๓๒-๔๕๔๙๙๗-๙ บัญชีสะสมทรัพย์ ธนาคารกรุงเทพฯ  สาขาบางซื่อ  และส่งสำเนาหลักฐานการบริจาค ระบุชื่อพร้อมที่อยู่ของผู้บริจาค ส่งที่กองงานพระวรชายาฯ ทางโทรสารหมายเลข๐-๒๒๔๑-๙๘๕๐ เพื่อการจัดส่งเอกสารรับรองการรับเงินต่อไป ทั้งนี้การบริจาคสามารถนำไปลดหย่อนได้ และผู้ที่ต้องการบริจาคเสื้อชูชีพ เรือท้องแบน อาหารสด อาหารแห้ง น้ำดื่ม มุ้ง ยากันยุง เทียนไข นม ยารักษาโรค อาหารสุนัขและแมว  สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์  ๐-๒๒๔๑-๙๘๕๑-๒

สมควรแก่เวลา เสด็จออกจากอุโบสถหลังใหม่ประจำวัดศาลาแดง ประทับรถที่นั่ง (GMC) เสด็จ ฯ ออกจากวัดศาลาแดง ไปยังวังทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทมหานคร
 

โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว